เผื่อใครยังไม่รู้จักวูซู
posted on 19 Apr 2007 11:26 by kenchuandnoroshiวันนี้เอาสาระมาลงเน้นๆเลย
เรื่องที่จะเอามาลงก็วูซูเนี่ยหล่ะ
ที่จะเอาไปสอนพวกท่านที่มีท
Wushu(อู่ซู่) คือวิชาว่าด้วยการใช้วิธีการในการเข้าปะทะต่อสู้เป็นสาระสำคัญ มีรูปแบบการร่ายกระบวนยุทธและชั้นเชิงต่อสู้เป็นหลักในการฝึก และมีหลักศิลปกายบริหารที่สืบทอดกันมา โดยมุ่งเน้นการประสานพลังภายในและภายนอก ซึ่งเป็นจุดเด่นของวิทยาการอู่ซู่
อนึ่ง คำว่า "อู่ซู่" แปลว่า ศิลปการต่อสู้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ชาวไทยรู้จักกันในนาม กังฟู ( คำว่า กังฟู เป็นภาษาพื้นเมืองแปลว่า "ฝีมือ" มิได้สื่อความหมายเกี่ยวกับหมัดมวยแต่อย่างใด เป็นแต่เพียงการเรียกขานแทนการไปฝึกฝีมือของชาวพื้นเมืองทางตอนใต้ของประเทศจีน ต่อมา เมื่อประเทศจีนแผ่นดินใหญ่เปิดประเทศ และวิชามวยของจีนเริ่มมีบทบาท จึงได้กำหนดให้ใช้คำศัพท์ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ คำว่า อู่ซู่ จึงถูกเรียกขานแทนคำว่า กังฟู ) ถึงแม้ว่าศิลปวิทยายุทธของจีนจะมีจำนวนมากมาย แต่ทุกประเภทวิชา ล้วนอยู่ภายใต้เหตุผลและหลักการหรือกฏเกณฑ์อันเดียวกันทั้งสิ้น และมิอาจแหกกฏเป็นอื่นใดได้ หากแต่ความแตกต่างกันนั้น ขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิดของประเภทวิชานั้นเป็นสำคัญ
ฉางเฉวี๋ยน (หมัดยาว)
เป็นวิชายุทธที่เรียบเรียงขึ้นเพื่อใช้ฝึกรากฐานของการเรียนหมัดมวยหลายประเภท โดยเฉพาะวิชาที่เกี่ยวกับการใช้อาวุธ ซึ่งต้องใช้ฉางเฉวี๋ยนเป็นบทนำขั้นพื้นฐาน วิชาฉางเฉวี๋ยนประกอบจากวิชายุทธ 5 สกุลด้วยกัน คือ ฉา, หวา, เผ้า, หง, และเส่าหลิน คุณสมบัติของฉางเฉวี๋ยนประกอบด้วย 3 รูปลักษณ์ของท่ามือ คือ ท่าหมัด ท่าฝ่ามือ ท่ามือตะขอ และ 5 รูปลักษณ์ของท่าเท้า คือ ท่ากงปู้ (ก้าวเท้าคันธนู) ท่าหม่าปู้ (ก้าวเท้าขี่ม้า) ท่าพูปู้ (ก้าวเท้าหมอบ) ซีปู้(ก้าวเท้าว่างเปล่า) และท่าเซียปู้ (ก้าวเท้านั้งไขว้) จุดเด่นของฉางเฉวี่ยนคือ กระบวนท่าสง่าผึ่งผาย วิชายุทธว่องไวกระฉับกระเฉงในแต่ละกระบวนท่า พลิกแพลงรวดเร็วทรงพลัง มีความชัดเจนในจังหวะวิชายุทธ และมีลักษณะโลดแล่นโจนทะยาน รวมทั้งการเคลื่อนไหวไปมาด้วยรูปแบบการรุกรับด้วยชั้นเชิงการต่อสู้ มีกระบวนท่าที่ขี้นลงในทิศทางต่างๆ (หมายถึง เมื่อขึ้นรูปลักษณ์สูงตระหง่าน เมื่อลงราบเรียบระดับแนวพื้น) ทั้งยังมีวิธีการของการทิ้งตัวม้วนหมุนอีกด้วย โดยเฉพาะฉาเฉวี๋ยนและหวาเฉวี๋ยนที่ใช้เป็นส่วนประกอบนั้น ต่างมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว ซึ่งต่างมีจุดเด่นและแบบอย่างที่แตกต่างกันไป
ไท่จี๋เฉวี๋ยน (หมัดสูงสุด ; มวยไท่เก็ก)
เป็นวิชามวยที่นุ่มนวล เชื่องช้า เคลื่อนไหวแผ่วเบาแฝงเร้นซึ่งจิตสมาธิดูมีชีวิตชีวา วิชายุทธมีลักษณะเป็นวงจร ทุกท่าต่างมีรูปแบบเป็นวงกลม วิชายุทธต่อเนื่องไม่ขาดช่วงตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงจบกระบวน วิชาไท่จี๋เฉวี๋ยนมีหลายสกุล แต่สกุลที่แพร่หลายกันมาก ได้แก่ เฉิน, หยาง, อู๋, อู่, ซุน รวม 5 สกุลใหญ่ ต่อมายังได้มีการแตกแขนงออกอีกมากมาย และวิชาไท่จี๋เฉวี๋ยนยังแยกออกเป็นรูปแบบวงนอก(วงกว้าง) และวงใน(วงแคบ) มือลักษณะการขยายมือและประสานประกบ ใช้พลังในลักษณะแข็งอ่อนประสานกัน คือคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างกันไปในวิชาไท่จี๋เฉวี๋ยน
หนานเฉวี๋ยน (หมัดใต้)
วิชาหนานเฉวี๋ยนนั้น เป็นที่แพร่หลายในแถบมณฑลกวางตุ้งและฟุเจี้ยน (ฮกเกี้ยน) ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดหนานเฉวี๋ยนหลายสายหลายสกุล อาทิ หนานเฉวี๋ยนของมณฑลกว้างตุ้งที่เลื่องลือได้แก่ หงเฉวี๋ยน (หมัดสกุลหง), หมัดสกุลหลิว, ไช่, หลี่, และสกุลโม่ เป็นต้น ส่วนหนานเฉวี๋ยนของมณฑลฟุเจี้ยนที่เลื่องชื่อได้แก่ หมัดหย่งชุ่น และอู๋จู่เฉวี๋ยน ทั้งนี้แต่ละสำนักสายมวยนั้น ต่างก็มีเอกลักษณ์เฉพาะซึ่งมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป และคุณสมบัติหรือจุดเด่นโดยทั่วไปก็คือ มีลีลาวิชายุทธที่แข็งแกร่งดุดัน การเคลื่อนไหวหนักแน่น วิชายุทธรัดกุม การทรงตัว ณ จุดศูนย์กลาง มีลักษณะรุกรับบุกถอยได้ทั้ง 8 ทิศ มักเกร็งพลังทำให้กล้ามเนื้อพองแน่น สำแดงพลังยุทธด้วยการเปล่งเสียงช่วย
แต่ช่วงหลังจากขึ้นม.6 มา ก็ติดเรียนจนดึก ไม่ไหว ไม่มีแรงไปทำไรเลย
ตอนนี้ก้กะลังคิดจะกลับไปเล่นเหอะ..
ตอนนี้ก้ยังรอเรื่องผลมหาลัยอยู่
แต่คิดว่า คงจะได้กลับไปเล่นในเร็ววัน...
ชอบเหอะ วูซูเนี่ย เป็นกีฬาที่เล่นแล้วถูกใจรองจากว่ายน้ำแบบสุดๆ
โมยังไม่ค่อยเข้าใจถึงรายละเอียดมากนัก...มีให้แค่ความรู้สึกชอบน่ะ
เท่าที่ที่นี่สอนโม โมเรียนมวยเหนือนะ...ไม่รู้เหมือนกันว่ามันแบงยังไงเอาเหอะ
แล้วก็กำลังจะขึ้นเรียนอาวุธ...แต่ว่าโมก็หยุดไปซะก่อน
ยังไงก็ขอบคุณมากสำหรับความรู้ที่เอามาฝากกัน...^O^
#1 By jara 'n ~MO~ on 2007-04-19 11:50